ข่าวบริการด้านบนของเว็บ
บริการออกแบบเว็บไซต์ ทำเว็บฐานข้อมูล ระบบ e-commerce

อาทิตย์ ที่ 24 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2552


ทำไม คุณ/ธุรกิจของคุณต้องมีเว็บไซต์?

1. เพื่อเพิ่มช่องทางนำเสนอสินค้าได้ทั่วโลก
2. เพื่อการประชาสัมพันธ์ธุรกิจของคุณ
3. เพื่อเพิ่มยอดขายสินค้าของธุรกิจของคุณ
4. เพื่อนำเสนอสินค้าได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
5. เพื่อความสะดวกในการติดต่อกับลูกค้า
6. เพิ่มความสะดวกในการให้ข้อมูลสินค้าแก่ลูกค้า
7. ให้ธุรกิจของคุณดูทันสมัยมีชัยชนะเหนือคู่แข่ง

เราทำอะไรให้คุณได้บ้าง ?

รับทำเว็บ รับเขียนเว็บ ระบบอีคอมเมิร์ซ ทำเว็บไซต์ ฐานข้อมูล และ ให้บริการ ทำเว็บ Hosting (พื้นที่ทำเว็บ)1 รับทำเว็บ รับเขียนเว็บ ระบบอีคอมเมิร์ซ ทำเว็บไซต์ ฐานข้อมูล และ ให้บริการ ทำเว็บ Hosting  ( พื้นที่ทำเว็บ  )
ออกแบบเว็บ ปรับปรุงเว็บ จัดทำ ร้านค้าออนไลน์ ( E-Commerce ) Shopping Cart  รวมถึง ระบบตัดบัตรเครดิต ออนไลน์2 ออกแบบเว็บ ปรับปรุงเว็บ จัดทำ ร้านค้าออนไลน์ ( E-Commerce ) Shopping Cart  รวมถึง ระบบตัดบัตรเครดิต ออนไลน์
จดโดเมน สร้างเว็บไซต์ ( Web design )  โปรโมตเว็บไซต์ ( Promote WebSite ) รับวางระบบ โฮสติ้ง ให้กับหน่วยงานราชการ และ บริษัทเอกชน3 จดโดเมน สร้างเว็บไซต์ ( Web design )  โปรโมตเว็บไซต์ ( Promote Web Site ) รับวางระบบ โฮสติ้ง ให้กับหน่วยงานราชการ และ บริษัทเอกชน
รับจ้างทำเว็บไซต์ สำหรับบริษัทเอกชน ที่ต้องการทำการตลาดออนไลน์ ( Marketing ) เพิ่มยอดขาย ส่งออก นำเข้า โฆษณาออนไลน์ ขาย ผ่านอินเตอร์เน็ต ระบบ สั่งจอง ระบบสั่งซื้อสินค้า ฐานข้อมูล บาร์โคท คีย์การ์ด เก็บประวัติลูกค้า วางระบบเว็บแอฟพลิเคชั่น ตามความต้องการของลูกค้า4 รับจ้างทำเว็บไซต์ สำหรับบริษัทเอกชน ที่ต้องการทำการตลาดออนไลน์ ( Marketing ) เพิ่มยอดขาย ส่งออก นำเข้า โฆษณาออนไลน์ ขาย ผ่านอินเตอร์เน็ต ระบบ สั่งจอง ระบบสั่งซื้อสินค้า ฐานข้อมูล บาร์โค้ด คีย์การ์ด เก็บประวัติลูกค้า วางระบบเว็บแอฟพลิเคชั่น ตามความต้องการของลูกค้า
รับจัดทำระบบออนไลน์ ให้กับ หน่วยงานราชการ เช่น จัดทำระบบ E-Government E-Province E-Learning รับออกแบบเว็บไซต์  ระบบจัดเก็บฐานข้อมูล ฐานข้อมูล จังหวัดอิเล็กทรอนิกส์ แผนที่ภาษี อินทราเน็ต ในองค์กร จัดทำ เว็บเซอร์วิส ฐานข้อมูลจังหวัด อำเภอ ตำบล หรือระดับท้องถิ่น เป็นต้น5 รับจัดทำระบบออนไลน์ ให้กับ หน่วยงานราชการ เช่น จัดทำระบบ E-Government E-Province E-Learning รับออกแบบเว็บไซต์  ระบบจัดเก็บฐานข้อมูล ฐานข้อมูล จังหวัดอิเล็กทรอนิกส์ แผนที่ภาษี อินทราเน็ต ในองค์กร จัดทำ เว็บเซอร์วิส ฐานข้อมูลจังหวัด อำเภอ ตำบล หรือระดับท้องถิ่น เป็นต้น
จัดทำระบบ อินทราเน็ต ในองค์กร ผ่าน เน็ตเวิร์ค ( Network ) หรือระบบ Lan โดยจัดทำเป็นเว็บออฟไลน์6 จัดทำระบบ อินทราเน็ต ในองค์กร ผ่าน เน็ตเวิร์ค ( Network ) หรือระบบ LAN โดยจัดทำเป็นเว็บออฟไลน์
ออกแบบระบบ โดยทีมวิศวกรคุณภาพ มีประสบการณ์  และโปรแกรมเมอร์มืออาชีพ7 ออกแบบระบบ โดยทีมวิศวกรคุณภาพ มีประสบการณ์  และโปรแกรมเมอร์มืออาชีพ

ออกแบบ พัฒนาดูแล อัพเดต/แก้ไขเว็บไซต์  บริการออกแบบ พัฒนาดูแล อัพเดต/แก้ไขเว็บไซต์ ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ส่วนตัว เว็บไซต์บริษัทและองค์กร เว็บสมาคม โรงเรียน ราชการ เวบโปรเจ็คนักศึกษา เวบนำเสนอผลงาน ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ พัฒนาเว็บแอปพลิเคชั่นร่วมกับฐานข้อมูล หรือเว็บแอปพลิเคชั่นเฉพาะงานอื่น ๆ

จุดเด่นหลัก เวบไซต์ที่ทางเราทำให้จะมีระบบจัดการเวบไซต์ให้ (Content Management System : CMS ) ซึ่งคุณสามารถแก้ไขข้อมูลส่วนนั้นๆได้ด้วยตัวคุณเองตามต้องการ โดยคุณไม่จำเป็นต้องรู้เลยว่าเขียนโปรแกรมเป็นอย่างไร เราจัดเตรียมเครื่องมือที่สะดวกใช้ง่าย แก้ไขข้อมูลได้โดยตรงผ่านเวบไว้ให้คุณ ในส่วนการออกแบบเราออกแบบเวบเพื่อให้เหมาะกับธุรกิจ,สินค้าหรือบริการของ ท่าน ให้มากที่สุด


  ภาษาและเครื่องมือที่ใช้
ภาษา : ASP.net , ASP , JSP , PHP , HTML , JAVA Script
ฐานข้อมูล : SQL Server , MS Access , MySQL

ระยะเวลาที่ใช้ โดยเฉลี่ยจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ถึง 3 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความยากง่าย,ความซับซ้อน ,ความต้องการของระบบงานนั้น ๆ และรวมถึงความพร้อมของข้อมูลที่ทางผู้ว่าจ้างจัดเตรียมให้

บริการหลังการขาย หลังจากส่งมอบงานแล้วทางเราจะดูแลและคอยช่วยเหลือตลอดระยะเวลา 1 ปี ถ้าต้องการส่วนเพิ่มเติม (Upgrade) เราจะจัดทำให้โดยคิดค่าใช้จ่ายเฉพาะส่วนนั้นๆ หรือคุณไม่สะดวกที่จะดูแลเวบไซต์ด้วยตัวคุณเอง เราสามารถจัดการดูแลเวบไซต์ให้คุณได้

ทั้งนี้ ค่าใช้จ่าย จะขึ้นอยู่กับความยากง่าย ความซับซ้อนของเนื้องาน และความต้องการของระบบ เป็นหลัก ซึ่งค่าใช้จ่ายตรงนี้สามารถตกลงกันได้ ไม่มีมัดจำ เห็นงานก่อนจ่าย


รูปแบบเว็บ

Basic

Standard

Advance

Commerce

Custom

จำนวนหน้า 6 หน้า 10 หน้า ไม่จำกัด* ไม่จำกัด* ไม่จำกัด*
ประเภทเวบ Static Static Dynamic Dynamic Dynamic
เทคโนโลยี - html - html
- PHP
- program
- html
- database
- PHP
- program
- html
- database
- PHP
- program
- html
- database
ระบบภายในอื่น -
- - Article
- News
- Webboard
- catalog
- Article
- News
- Webboard

- e-commerce
- shopping cart
- payment

- travel system
- hotel system
- Restaurant
- e-commerce
- shopping Cart
- payment
- catalog
- web portal
- and more
Back office ไม่มี ไม่มี มี มี มี
Contact Form ไม่มี ไม่มี มี มี มี
statistic / Counter มี มี มี มี มี
SEO** มี มี มี มี มี
ราคา (บาท) *** 8,000 10,000 20,000 30,000 CALL


    ประเภทเว็บ Static หมายถึง เป็นรูปแบบการนำเสนอและแสดงผลผ่านหน้าเว็บในรูปแบบตายตัว ตัวอย่างเช่นหากต้องการแสดง หน้าข่าวที่ได้มีการเพิ่มเติมโดยผู้ใช้งาน ผู้ใช้งานจำเป็นต้องนำไฟล์ที่ทำการแก้ไขแล้ว ส่งไปบันทึกทับไฟล์เดิมที่เซอร์ฟเวอร์ ซึ่งเหมาะสำหรับเว็บที่ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลง (อัพเดต) บ่อยมากนัก เหมาะสำหรับเว็บที่ต้องการแสดงสินค้าที่มีขายประจำ ต้องการแสดงสรรพคุณคุณสมบัติการใช้งาน 
ซึ่งต่างจากประเภท Dynamic คือ หากเป็นเว็บที่ต้องการแสดงสินค้าแบบเดียวกันกับเว็บประเภท Static แล้วต้องการให้ลูกค้าเข้ามา post ข้อความแสดงความคิดเห็น เว็บแบบประเภท Static จะไม่สามารถทำได้ เพราะการแก้ไขรายละเอียดต่างๆ จะต้องทำที่เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลจากนั้น จึงส่งไฟล์ไปยังเว็บเซอร์ฟเวอร์เพื่อบันทึกและแสดงผลตามที่ต้องการเปลี่ยนแปลง หากเป็นระบบ Dynamic แล้ว จะสามารถทำการเพิ่มรายละเอียดความเห็นของลูกค้า หรือแบบสำรวจความพึงพอใจ หรือระบบฝากข้อความต่างๆ ในเว็บบอร์ด ได้อย่างทันทีทันใด

   เทคโนโลยี html เป็นรูปแบบเอกสารเว็บ ซึ่งเป็นไฟล์นามสกุล .html ซึ่งภายในไฟล์จะประกอบด้วยโครงสร้างของเว็บไซต์โดยสามารถปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขโดยการใช้ โปรแกรมช่วยเหลือสำเร็จรูป ที่สามารถแก้ไขไฟล์ .html ได้ ตัวอย่างของโปรแกรมที่ใช้แก้ไขได้คือ Microsoft front page, Dream weaver, Notepad เป็นต้น ภาษาที่ใช้ในการเขียนจะเรียกว่าภาษา html ซึ่งเป็นภาษามาตรฐานสากลทั่วโลก ไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ จนกว่าจะใช้โปรแกรมช่วยเหลือในการแก้ไข เนื้อหาต่างๆ ที่อยู่ในไฟล์ html
   
    ระบบ Back office เป็นระบบที่ช่วยจัดการ เนื้อหาหรือแก้ไขส่วนต่างๆ ของเว็บ เช่น การวางตัวอักษร การเปลี่ยนแปลงข่าว การเปลี่ยนแปลงข้อความของเว็บ โดยที่ไม่ต้องใช้โปรแกรมอื่นๆ เข้ามาช่วยเหลือ เช่น Microsoft front page, Dream weaver, Notepad ซึ่งระบบ Back office จะสามรถแก้ไขได้ด้วยตัวเองผ่านทางเว็บไซต์ของเราได้โดยตรง

    Contact Form หรือ หน้าติดต่อเรา เป็นระบบการส่ง e-mail ผ่านเว็บเพจที่มีผู้ใช้งานอื่นๆ ได้เข้ามายังที่หน้านี้แล้วกรอกข้อความต่างๆ จากนั้นกดปุ่มส่งข้อความ ข่าวสารทั้งหมดที่กรอกในแบบฟอร์มผ่านหน้าเว็บจะถูกส่งมาถึงผู้ดูแลเว็บ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องได้ผ่านระบบ อีเมล์ ซึ่ง อีเมล์คือ รูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ติดต่อสื่อสารกัน อย่างแพร่หลาย ยกตัวอย่างเช่น hotmail , gmail , yahoo ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ รับส่งอีเมล์หรือเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์

    Statistic / Counter คือระบบ ตรวจนับจำนวนคนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บ ซึ่งสามารถแสดงจำนวนคนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บของเราแล้วทั้งหมดกี่คน

    SEO คืออะไร SEO มาจากคำว่า “Search Engine Optimization” ?หมายถึง กระบวนการที่ทำให้เว็บไซต์ หรือ ชื่อเว็บไซต์ ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่ เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและบริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ (ปกติจะพยายามทำให้อยู่ในหน้าแรกของการค้นหา)
ทำ SEO ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือไม่ ?
คำตอบก็คือ การทำ SEO ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดลำดับโดย Search Engine  แต่ถ้าค่าใช้จ่ายสำหรับการจ้างเจ้าหน้าที่ หรือ ผู้เชี่ยวชาญนั้นในการทำ SEO นั้นต้องเสียแน่นอน แล้วแต่ว่าจะมากน้อยเพียงใดตามข้อตกลง ถึงแม้คุณจะอยู่ในลำดับที่ 1 ในหน้าแรกก็ตาม แต่การทำ SEO นั้นจะต้องใช้ทักษะความรู้ ตลอดจนระยะเวลาในการทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับในหน้าแรก (โดยปกติหากมีทักษะอยู่แล้วไม่เกิน 6 เดือน) ซึ่งบริการในการทำเว็บของเรามีการทำ SEO ให้กับระบบเว็บทุกรูปแบบอยู่แล้ว

    ทำไมเราต้องทำ SEO ?
    1. เพื่อให้เว็บไซต์ของเราได้รับการจัดลำดับ ในอันดับที่ดีขึ้น (ยิ่งเป็นอันดับที่ 1 ใน Keyword นั้น ๆ ด้วยยิ่งดี)
    2. เพื่อให้มีคนได้มีโอกาสเข้าเว็บเรามากขึ้นโดยการคลิกที่ลิงค์จากการค้นหาผ่าน Search Engine
    3. เพื่อเป็นการประหยัดค่าโฆษณาเว็บไซต์ของเรา ที่ไปติดโฆษณาในที่ต่าง ๆ
    4. เพื่อทำให้เว็บไซต์เราสามารถขายสินค้าและบริการได้มากขึ้น (อันนี้เหมาะกับเว็บ e-Commerce และ e-Marketing ต่าง ๆ )
    5. เพราะการค้นหาข้อมูลผ่าน Search Engine มีคนใช้ถึง 81% เราต้องทำให้คนรู้จักเราให้ได้มากที่สุด
    6. การทำ SEO เป็นการประหยัดเวลาระยะยาว (แต่ใช้เวลาทำนานไม่น้อยกว่า 6 เดือน)
    7. ถ้าคุณติดลำดับต้น ๆ ในหน้าแรกแล้วจะทำให้เกิดการคลิกและเข้าเว็บเรามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
    8. เพื่อเป็นการพัฒนาเว็บไซต์ เพื่อให้เกิดการใช้งานโดยผู้ใช้ ไม่ใช่แค่เรากับเพื่อนเรา
    9. เหตุผลอื่น ๆ ที่คุณอยากให้เว็บคุณเป็น

    เว็บบอร์ด (ภาษาอังกฤษเขียน:web board) คือลักษณะของเว็บไซต์ที่ใช้สำหรับการแลกเปลี่ยนบทสนทนา การพูดคุย การอภิปรายในสังคมออนไลน์ นอกจากชื่อเว็บบอร์ดแล้ว ยังมีเรียกกันหลายชื่อไม่ว่า กระดานข่าว กระดานข่าวสาร กระดานสนทนา กระดานสนทนาออนไลน์ ฟอรัม เว็บฟอรัม เมสเซจบอร์ด บุลลิทินบอร์ด ดิสคัชชันบอร์ด ฯลฯ หรือเรียกอย่างสั้นว่า บอร์ด ก็มี เรื่องราวที่มีการพูดคุยในแต่ละเว็บบอร์ดจะมีการแตกต่างกันไปในแต่ละเว็บ บอร์ด บางเว็บบอร์ดจะมีหลายหัวข้อโดยแบ่งแยกย่อยออกไปเช่นที่ปรากฏได้แก่ เครกส์ลิสต์ กูเกิล กรุ๊ปส์หรือ ยาฮู! รู้รอบ หรือตัวอย่างในเว็บบอร์ดไทยได้แก่ พันทิป ประมูล และ เอ็มไทย และหลายเว็บบอร์ดมีเรื่องพูดคุยเฉพาะทางตัวอย่างเว็บบอร์ดไทยอาทิ ไทยแวร์ นาริสา ในด้านคอมพิวเตอร์ หรือ Soccersuck ในด้านฟุตบอล Thaigaming ในด้านวิดีโอเกม ส่วนเว็บบอร์ดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นคือ 2channel
    ผู้ใช้งานเว็บบอร์ด เราสามารถจำแนกผู้เข้าใช้งานกระดานข่าวสารได้เป็น 4 ส่วนตามลักษณะสิทธิของการเข้าถึง คือ
   1. ผู้ดูแลระบบสูงสุด - ผู้ที่มีอภิสิทธิ์เหนือกว่าทุกคนและมีสิทธิพิเศษที่ผู้อื่นไม่มี คือ การลบผู้ใช้งานที่อยู่ระดับต่ำกว่าตนเอง เป็นต้น
   2. ผู้ดูแลระบบทั่วไป - ผู้ที่เข้าไปจัดการกับกระทู้ต่างๆให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย เช่น การย้ายกระทู้ไปในหมวดที่ถูกต้อง ลบกระทู้เก่าๆ เป็นต้น
   3. ผู้ใช้ที่เข้าระบบโดยการกรอกชื่อและรหัสผ่าน - ผู้ใช้งานที่มีสิทธิบางอย่างเหนือกว่ามากกว่าผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ได้แก่ การแก้ไขคำตอบกระทู้ และการลบกระทู้ของตัวเอง เป็นต้น
   4. ผู้ใช้ที่ไม่ประสงค์ออกนาม - ผู้ที่ไม่ได้เข้าระบบโดยการกรอกชื่อและรหัสผ่าน จะไม่ได้รับสิทธิบางประการ เช่น การแก้ไขตอบกระทู้ ลบกระทู้ของตัวเอง เป็นต้น
ผู้ใช้ที่ไม่ประสงค์ออกนามมีสิทธิพิเศษบางอย่างที่ไม่เป็นที่พึงต้องการ คือ การก่อกวนกระทู้หรือการปั่นกระทู้ แต่ผู้ดูแลระบบก็สามารถระงับการก่อกวนกระทู้ได้โดยการใช้บทลงโทษที่ได้กำหนด เอาไว้แล้วในส่วนของผู้ควบคุมระบบ

    ประเภทเว็บแบบ Dynamic เป็นรูปแบบการแสดงผลที่ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดให้ข้อมูล เนื้อหา หรือข่าวสาร ส่วนใดบ้างที่ต้องการแสดงข้อมูลในแต่ละรูปแบบ ซึ่งจะสังเกตได้กว่า เว็บประเภทนี้จะไม่สามารถกำหนดจำนวนหน้าที่แน่นอนเพราะ เนื้อหา หรือ ข้อมูลที่ต้องการแสดงสามารถเพิ่มเติมเองได้ โดยผู้ดูแลระบบ ทำการเขียน แก้ไข จำนวนหน้าก็จะเพิ่มขึ้น หรือลดลงได้เอง เป็นระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น เช่นเดียวกับการทำงานใน ลักษณะการเขียนเอกสารบน Microsoft word ซึ่งผู้ดูแลระบบสามารถเพิ่มเติมรูป แก้ไขข้อความ หรือแม้แต่กระทั่งการกำหนดคุณสมบัติของ เนื้อหาหรือข้อความต่างๆ นั้น สามารถให้ผู้ใช้งานผ่านเว็บคนอื่นๆ มาแสดงความคิดเห็นได้หรือไม่ได้ เป็นต้น

    เทคโนโลยี PHP เป็นเทคโนโลยีในด้านการเขียนโปรแกรมบนเว็บ มีความยืดหยุ่นสูงรองรับกับเทคโนโลยีใหม่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นพื้นฐานในการ ภาษา PHP  เป็นภาษาโปรแกรมภาษาหนึ่ง ที่ใช้เขียนแทรกไว้ภายในเอกสาร ภาษาอื่น เช่น เขียนแทรก PHP ไว้ภายใน ภาษา HTML เพื่อทำให้สามารถประมวลผลเพื่อสร้างเนื้อหาได้แบบ Dynamic สามารถสร้างเอกสารไม่ใช่ HTMLได้ เช่น การสร้าง ภาพกราฟิก , สร้างเอกสาร PDF, สร้างภาพเคลื่อนไหวแบบ Flash เป็นต้น

    Articles หรือ Knowledge เป็นระบบสร้างบันทึกบทความหรือสาระน่ารู้บนหน้าเว็บสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตามใจชอบรวมทั้งมีความง่ายต่อการใช้งาน เหมือนการทำงานใน MicroSoft Word

    News เป็นระบบสร้างบันทึกข่าวสารต่างๆ ที่ผู้ใช้งานต้องการแสดงหัวข้อข่าวภายในเว็บ รูปแบบและลักษณะการวางจะขึ้นอยู่กับลักษณะของรูปแบบเว็บและโครงสร้างหน้าหลักของเว็บ เป็นการแสดงข้อมูลประชาสัมพันธ์ ข่าว ในลักษณะ online

    Catalog เป็นระบบจัดการรายการสินค้า ซึ่งได้แก่ การสร้างรายการสินค้า สร้างหมวดหมู่สินค้า สร้างสินค้า สร้างวัตถุดิบ สร้าง Store นอกจากนี้เรายังสามารถกำหนดหมวดหมู่ให้กับสินค้า กำหนดรายการให้กับหมวดหมู่ กำหนด store ให้กับรายการสินค้า ตลอดจนกำหนด Website ให้กับ รูปแบบเว็บที่เรียกว่า ร้านค้า ได้ด้วย

    Database MySQL (มายเอสคิวแอล) คือ โปรแกรมระบบจัดการฐานข้อมูล มีหน้าที่เก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ รองรับคำสั่ง เกี่ยวกับข้อมูลแบบมาตรฐาน (SQL = Structured Query Language) เป็นเครื่องมือสำหรับเก็บข้อมูล ที่ต้องใช้ร่วมกับเครื่องมือหรือโปรแกรมอื่นอย่างบูรณาการ เพื่อให้ได้ระบบงานที่รองรับความต้องการของผู้ใช้ เช่นทำงานร่วมกับเครื่องบริการเว็บ (Web Server) เพื่อทำให้ข้อมูลที่บันทึกไว้สามารถค้นหา นำมาใช้งานต่อ หรือแสดงออกทางหน้าเว็บในรูปแบบอื่นๆ ตามต้องการโดยการเขียน โปรแกรมภาษา PHP ช่วยในการแสดงผล

    Shopping Cart ช้อปปิ้งคาร์ท คือ ระบบตระกร้าสินค้าเพื่อรับคําสั่งซื้อผ่านทางเว็บไซต์  เป็นซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่เป็นเสมือนรถเข็นสินค้าที่ลูกค้าใช้ระหว่างการ เลือกสินค้าบนเว็บไซต์ เป็นตัวเก็บข้อมูลต่าง ๆ ของสินค้าทุกชิ้นที่ลูกค้าเลือกไว้แล้ว เช่น รหัสสินค้า ราคา และจำนวนสินค้า ในระหว่างที่ลูกค้ากำลังเลือกสินค้าอื่น ๆ อยู่ หรือ กำลังรอชำระเงิน สามารถกำหนดระบบสมาชิกได้ว่าผู้ที่เป็นสมาชิกเท่านั้นถึงจะซื้อได้

    E-commerce  คำจำกัดความของอีคอมเมิร์ซนั้นได้มีผู้ให้นิยามไว้ต่างๆ กันอันเนื่องมาจากมองในแง่มุมที่แตกต่างกัน ถ้าถามอาจารย์สามคนว่าอีคอมเมิร์ซคืออะไร ก็คงได้คำตอบสี่คำตอบ คือแต่ละคนให้คำตอบคนละคำตอบ แล้วเมื่อมาประชุมปรึกษาหารือกันก็ตกลงกันเป็นอีกคำตอบหนึ่ง  
ถ้าถามนักอินเตอร์เน็ตหรือที่เรียกกันว่าอินเตอร์นอต (Internaut แบบเดียวกับ Asternaut) ก็อาจจะได้คำตอบว่า อีคอมเมิร์ซคือระบบการซื้อขายสินค้าและบริการผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
ถ้าถามนักสื่อสารก็อาจจะได้คำตอบว่า อีคอมเมิร์ซคือการใช้ระบบสื่อสารในการส่งโฆษณา สินค้าและบริการไปให้ลูกค้า การใช้ระบบสื่อสาร โดยลูกค้าสั่งซื้อสินค้าและการจ่ายเงิน
     ถ้าถามผู้ให้บริการก็อาจจะได้คำตอบว่า อีคอมเมิร์ซคือการให้บริการให้บริษัทห้างร้านต่างๆ ได้โฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้า ให้บริการผู้ซื้อได้ดูโฆษณาเลือกหาสินค้า และให้บริการเจ้าของกิจการได้ลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความรวดเร็วในการจัดส่ง สินค้าและให้บริการหลังการขายแก่ลูกค้า
ถ้าถามนักเทคโนโลยี ก็อาจจะได้คำตอบว่า อีคอมเมิร์ซคือการนำเทคโนโลยีมาใช้ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการค้าขาย
   สรุปอย่างง่ายๆ โดยสังเขปก็อาจจะได้ความว่า อีคอมเมิร์ซ ประกอบด้วยขั้นตอนดังต่อไปนี้
     (1) ผู้ประกอบการจัดตั้งร้านค้าหรือทำหน้าโฆษณาที่เรียกว่าโฮมเพจหรือเว็บเพจบนอินเตอร์เน็ต
     (2) ผู้ซื้อเข้าไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าในอินเตอร์เน็ต
     (3) ผู้ซื้อติดต่อสอบถามรายละเอียดจากผู้ขาย เช่น ของดีจริงหรือไม่ ส่งได้รวดเร็วเท่าใด มีส่วนลดหรือไม่ เป็นต้น
     (4) ผู้ซื้อสั่งสินค้าและระบุวิธีจ่ายเงิน เช่น โดยผ่านบัตรเครดิต เป็นต้น
     (5) ธนาคารตรวจสอบว่าผู้ซื้อมีเครดิตดีพอหรือไม่และแจ้งให้ผู้ขายทราบ
     (6) ผู้ขายส่งสินค้าให้ผู้ซื้อ
     (7) ผู้ซื้ออาจจะใช้อินเตอร์เน็ตในการติดต่อขอบริการหลังการขายจากผู้ขาย

    Payment คือการรับชำระค่าบริการ หรือสินค้าผ่านทางเว็บเพจโดยตรง โดยผู้ชำระต้องมีบัตรเครดิต เดบิตการ์ด ที่มีเครื่องหมายรับรองจาก VISA , MASTER CARD , American Express  หรือผู้ให้บริการบัตรเครดิตรายอื่นๆ โดยระบบ Payment จะทำการรับเงินจากผู้ชำระเงินและโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่คุณตั้งไว้ในระบบการรับชำระเงิน


  ดาวน์โหลด รายละเีอียดและผลงานที่เราเคยทำได้ที่นี่ >>Download<<

* ข้อมูลถูกเก็บในฐานข้อมูล
** ทำ SEO ผ่าน keyword , description
*** ค่าใช้จ่ายข้างต้นยังไม่รวมค่าโฮสติ้งและโดเมนเนม
ค่าโฮสติ้งจะอยู่ที่ ประมาณ 2,200 - 5,000 บาท/ปี ขึ้นอยู่กับเลือกใช้ตามความเหมาะสม
ค่าโดเมน .com,.net 500 บาท/ปี , .co.th 1,605 บาท/ 2 ปี

สอบถามข้อมูล/รายละเอียดเพิ่มเติม/ขอใบเสนอราคากรุณาติดต่อ
089-886-3355


เข้าชม : 15159


ข่าวบริการด้านบนของเว็บ 5 อันดับล่าสุด

      บริการ Outsource IT Consultant 7 / มิ.ย. / 2552
      บริการออกแบบเว็บไซต์ ทำเว็บฐานข้อมูล ระบบ e-commerce 24 / พ.ค. / 2552
      บริษัทรับเขียนโปรแกรม ที่ไม่สามารถหาได้จากโปรแกรมสำเร็จรูป 24 / พ.ค. / 2552